Image-empty-state.png

สิวที่ก้น เกิดจากอะไร รับมืออย่างไรดี ?

สิวที่ก้น เกิดจากอะไร รับมืออย่างไรดี ?

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563

สิวที่ก้นอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ใส่กางเกงที่รัดเกินไป ว่ายน้ำในสระที่ไม่สะอาด หรือใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและอุดตันรูขุมขน เป็นต้น ซึ่งบางครั้งก็อาจทำให้เกิดรอยดำคล้ำจากสิวตามมาได้ด้วย แต่ปัญหาดังกล่าวก็อาจจัดการได้ง่าย ๆ โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในบ้าน หรืออาจไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอื่น ๆ เพิ่มเติมตามแต่กรณี

สาเหตุของสิวที่ก้น

สิวที่ก้นส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus ที่มักอาศัยอยู่ตามผิวหนังและเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลต่างๆ จนทำให้ติดเชื้อ หรืออาจเกิดจากปัญหารูขุมขนอักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น เชื้อรา ขนคุด การใช้ยาบางชนิด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เป็นต้น

นอกจากนี้ สิวที่ก้นอาจเกิดได้จากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

- สวมกางเกงหรือกางเกงชั้นในที่สกปรก ชุ่มเหงื่อ หรือรัดแน่นจนเกินไป
- แพ้สารในผลิตภัณฑ์ซักผ้า หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม
- ใช้บริการอ่างน้ำหรือสระว่ายน้ำสาธารณะที่ไม่สะอาด รวมถึงสระที่ไม่ได้ใส่คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค
- กำลังเจ็บป่วย เช่น เป็นโรคเบาหวาน หรือติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น เพราะอาจส่งผลให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อโรคได้ต่ำกว่าปกติ

วิธีจัดการกับปัญหาสิวที่ก้น

ปัญหาสิวที่ก้นอาจทำให้เกิดอาการคันและระคายเคือง โดยอาจหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ แต่หากรู้สึกไม่สบายตัวหรืออาการยังคงอยู่เป็นระยะเวลานานก็อาจทำตามวิธีดังต่อไปนี้เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น

1. ล้างผิวให้สะอาด การอาบน้ำและล้างผิวบริเวณก้นให้สะอาดเป็นวิธีสำคัญที่ป้องกันการติดเชื้อ และอาจเลือกใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย เพราะการล้างบริเวณดังกล่าวอาจช่วยขจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ รวมทั้งแบคทีเรียที่เกิดจากเหงื่อออกด้วย
2. อาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกายหรือใช้บริการอ่างน้ำสาธารณะ เช่น สระว่ายน้ำ หรือสปา เป็นต้น เพื่อไม่ให้เหงื่อหรือสิ่งสกปรกที่มากับน้ำไปอุดตันรูขุมขนจนเกิดการอักเสบ ซึ่งก่อให้เกิดสิวและปัญหารอยดำคล้ำตามมาได้
3. ทาทีทรีออยล์ (Tea Tree Oil) อาจเลือกใช้โลชั่น ครีม หรือคลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของทีทรีออยล์ เพราะมีงานวิจัยที่พบว่าน้ำมันสกัดชนิดนี้อาจมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและรักษาสิวได้
4. ซับผิวด้วยน้ำเกลือ นำเกลือ 1 ช้อนชามาผสมกับน้ำสะอาดประมาณ 2 แก้ว จากนั้นนำผ้าขนหนูสะอาดไปชุบให้ชุ่มและซับในบริเวณที่เป็นสิว เนื่องจากน้ำเกลืออาจช่วยรักษาอาการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงได้
5. ใช้ครีมสังกะสี การเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสังกะสีหรือซิงก์ (Zinc) อาจช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ของสิวได้
6.นั่งทับผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นที่ไม่ร้อนจนเกินไปแล้วนำมารองนั่ง เพราะอาจช่วยเปิดรูขุมขนให้กว้างขึ้น ระบายหนอง และขจัดแบคทีเรียออกไปได้ หรืออาจนั่งแช่ในน้ำอุ่นได้เช่นกัน
7. ผลัดเซลล์ผิว ใช้ใยบวบขัดผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวชนิดอ่อน เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและป้องกันการเกิดปัญหารูขุมขนอุดตันหรือติดเชื้อ
8. เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ซักผ้า เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารก่ออาการแพ้ เพราะผู้ที่ผิวแพ้ง่ายบางรายอาจไวต่อสารเคมีต่าง ๆ ในผลิตภัณฑ์ซักผ้า เช่น ผงซักฟอก หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น ซึ่งหากเกิดอาการแพ้ คัน ระคายเคือง หรืออักเสบ ก็อาจทำให้เป็นสิวที่ก้นได้
9.ไม่สวมกางเกงที่รัดหรือคับจนเกินไป ควรเลือกกางเกงที่หลวมพอเหมาะ ระบายอากาศได้ดี ไม่กักเหงื่อ และทำจากผ้าฝ้าย โดยเฉพาะกางเกงชั้นใน

ทั้งนี้ หากดูแลปัญหาสิวที่ก้นด้วยวิธีต่าง ๆ แล้วไม่ได้ผล หรือมีอาการที่ทวีความรุนแรงขึ้น ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป และหากปัญหารูขุมขนอักเสบรุนแรงขึ้นมากจนเป็นฝีฝักบัว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และห้ามเจาะฝีออกด้วยตนเองเด็ดขาด

นพ.ภัทร วรวุทธินนท์